จันทร์. ก.ย. 23rd, 2019

ราชบุรี – พบนาตึกสมัยเก่า 2465 ที่พักริมท่าน้ำ

ราชบุรี   – พบนาตึกสมัยเก่า 2465 ที่พักริมท่าน้ำ 

ที่ราชบุรีพบนาตึกอาคารสมัยเก่าสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 เป็นอดีตที่พักริมท่าน้ำกลางสวนผลไม้ ใน ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม คาดเป็นชาวจีนใจบุญสร้างไว้ให้คนที่สัญจรผ่านไปมาได้พัก พบหลักฐานที่ผนังปูนเขียนเป็นภาษาจีนด้วยหนึกสีน้ำเงินดำ   

                 นายประไพ อายุ 68 ปี และนางวันดี  เกียรติดำ อายุ 71 ปี   2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่  74 หมู่ 6 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  ได้นำคณะของว่าที่  ร.ต.เสรี ศรวัฒนา และเพื่อนชมรมจักรยานโบราณเมืองฅนสวย จ.ราชบุรี  เข้าไปชมอาคารเก่าเล็ก ๆ ที่เรียกกันว่า “ นาตึก ” เป็นอาคารสมัยโบราณสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2465 หรือ ประมาณ 96 ปีล่วงมาแล้ว  อยู่ในพื้นที่ 11 ไร่ ที่ปัจจุบันให้คนเช่าปลูกผลไม้อยู่ริมคลอง สภาพอาคารปลูกสร้างเป็นลักษณะหินทรายฉาบหนา อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม หลังคาผุพังไปตามกาลเวลา คล้ายกับวิหารแกลบ ด้านข้างเป็นผนังทึบ  มีซุ้มประตูเป็นวงโค้งเข้าออกได้ทั้งสองด้านหัวท้าย  มีระเบียงนั่งทั้งสองด้านเป็นปูนสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร ขนาบยาวไปกันตัวอาคารสำหรับไว้นั่งพัก   ภายในมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ตรงกลางที่มีเศษไม้จากหลังคาคงเหลือให้เห็นอยู่  กำแพงปูนมีรอยแตกร้าว กรวดทรายเริ่มหลุดออกบางแห่งไม่อยู่ในสภาพคงเดิม บางแห่งมีตะไคร่จับเป็นจุด

                ที่สำคัญมีอักษรเป็นภาษาจีนเขียนไว้บริเวณผนังด้วยหมึกสีน้ำเงินดำยังมองเห็นเด่นชัด แต่ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่เก่งภาษามาแปลว่าเขียนว่าอย่างไร   ทางด้านหน้าเดินลงท่าน้ำริมคลองมีเป็นขั้นบันไดปูนลักษณะทางขึ้นมาจากลำคลอง ปัจจุบันลำคลองมีก่อหญ้าขึ้นรกมองไม่เห็นว่าเป็นลำคลอง   ส่วนด้านบนหน้าหลังของอาคารลักษณะเป็นหน้าจั่วทั้งสองด้าน มีปี พ.ศ. 2465 ติดอยู่ ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง ปลูกอยู่ท่ามกลางสวนลำไย มะพร้าว กล้วยที่กำลังเริ่มเจริญเติบโตมีน้ำอุดมสมบูรณ์ 

                 นางวันดี เกียรติดำ เจ้าของที่ดิน เล่าว่า  ที่ตรงนี้เป็นที่เก่าแก่ของปู่ และมายกให้ป้าเที่ยง ซึ่งเป็นพี่สาวพ่อของตนเอง  ป้าเที่ยวไม่มีลูกจึงยกที่ดินให้ตนดูแล ต่อมาป้าเที่ยง เสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน ส่วนอาคารนี้เขาเรียนกันว่า “ นาตึก ”  เห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ป้าเที่ยวเคยเล่าให้ฟังว่า มีคนชาวจีนใจบุญมาสร้างเป็นที่พักให้คนนั่งพักร้อนช่วงทำนา สมัยก่อนพื้นที่เตียนโล่งไปด้วยทุ่งนาข้าว พอเที่ยงจะมีชาวนาเดินขึ้นมานั่งพักกันที่นี่  ตรงข้ามอาคารจะมีสะพานไม้ข้ามคลองไปมาหาสู่กัน อีกทั้งสมัยก่อนลำคลองจะมีเรือวิ่งผ่านค้าขาย ส่วนสาเหตุที่สร้างลักษณะทึบไม่มีหน้าต่างเพราะจะไม่ทำให้ฝนตกสาดเปียก ด้านใน  คาดว่าคนที่มาสร้างที่พักให้น่าจะเป็นคนจีน  เพราะมีตัวหนังสือภาษาจีนใช้หมึกสีเขียนไว้ยังอ่านไม่ออก น่าจะเป็นคนใจบุญมาสร้างศาลาที่พักริมท่าน้ำให้ชาวนาได้หลบแดดฝน และไม่เคยเห็นพบเห็นที่ไหนมาก่อนน่าจะมีที่นี่แห่งเดียว คิดอยากอนุรักษ์ไว้  

               ว่าที่ ร.ต.เสรี ศรวัฒนา ประธานชมรมจักรยานโบราณเมืองฅนสวย จ.ราชบุรี  เผยว่า ได้มีโอกาสมาเที่ยวชมนาตึกโบราณที่เก่าแก่มีอายุเกือบร้อยปี พร้อมกับเจ้าของที่ อนุญาติให้ซ่อมแซมนาตึกสภาพทรุดโทรม  เพื่อไม่ให้เกิดรอยร้าวเสียหายไปมากกว่านี้  จะซ่อมแซมแค่ให้หยุดการแตกร้าวเพิ่ม พร้อมกับตัดต้นไม้ที่อยู่ด้านในศาลาออก และทำความสะอาดพื้นที่ข้างศาลา  เพื่ออยากจะอนุรักษ์นาตึกเก่าโบราณแห่งนี้ให้คงสภาพสวยงาม  แต่จะขอบอกกล่าวเจ้าของสถานที่ก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การทำงานปรับปรุงเรื่องนี้ให้เสร็จเรียบร้อย

               นอกจากนี้ชมรมจักรยานโบราณเมืองฅนสวย จ.ราชบุรี    ยังพาไปชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านไม่ห่างจากนาตึกมากนั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายรัตนะ มุมเกตุ อายุ 66 ปี และนางกาญจนา มุมเกตุ สองสามีภรรยา  มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ เป็นพระนอนเก่าแก่ขนาดใหญ่ยาวประมาณ  4 เมตร ประดิษฐานอยู่หน้าบ้าน ตามประวัติเล่าสืบต่อกันมานาน มีอายุนับร้อยปี ลักษณะสร้างด้วยปูนปั้นแบบโบราณหันเศียรไปทิศตะวันออกสภาพเก่ามีร่องรอยของการแตกร้าวบริเวณองค์พระ ด้านหลังพระมีลักษณะเป็นเสาปูนปั่นสี่เหลี่ยมคางหมูมีผ้าสีผูก ด้านหน้ามีเชิงเทียน และกระถางธูปสำหรับให้คนกราบไหว้สักการะบูชาขอพร 

              นายรัตนะ มุมเกตุ อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า สมัยก่อนที่ตรงนี้เป็นโรงทานปลูกสร้างด้วยสังกะสี  มีชาวบ้านทำมาค้าขายกันทางเรือและจะมาขึ้นที่ท่าแถวนี้เยอะมาก เวลามีงานประเพณีหาดทรายโพธาราม ก็จะมีการตั้งขบวนเริ่มแห่จากที่นี่ขึ้นไปถึงที่จัดงาน ส่วนพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ประดิษฐานอยู่หน้าบ้านตนเองนั้น ได้ก่อสร้างมานานตั้งแต่สมัยก๋งของตนเองยังมีชีวิตอยู่ คาดว่าน่าจะมีอายุประมาณกว่า 100 ปี ไม่ทราบขนาดที่แน่ชัด ฐานก่อสร้างด้วยศิลาแลง ก่อนหน้านี้เคยมีขโมยมาทุบบริเวณปลายเท้าพระเพื่อจะค้นหาสมบัติ จึงได้ซ่อมแซมองค์พระบริเวณนั้นใหม่  ส่วนความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้มีการเล่ากันว่ามีรถรับจ้างมาส่งคน  แต่พอเวลาจะขับรถกลับหลงกลับไม่ถูก   สมัยก่อนทางยังไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ จึงต้องมาบนบานศาลกล่าวถึงจะออกไปได้ 

                  พระพุทธรูปปางไสยาสน์ เล่ากันว่า มีอดีตพระชาวยวนเป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยโบราณไม่ทราบการสร้างแน่ชัด จึงเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “ หลวงพ่อยวน ”  มีคนมากราบไหว้ขอพร ให้พระพุทธรูปปางไสยาสน์คุ้มครองปกปักรักษาแคล้วคลาดปลอดภัย หรือจะบนบานศาลกล่าวอะไรก็มักจะสัมฤทธิ์ผล จึงเป็นที่กราบไหว้ของคนใน ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม ตลอดมา 

                                               ////////////////////////////////////////